บทความ
พระตะบอง เทรดแฟร์ กับความสำเร็จของ ACMECS




                  ศูนย์ข่าวศรีราชา -พระตะบอง เทรดแฟร์ 05 ความสำเร็จ ตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS)
       
                  การจัดงานครั้งนี้ ถือว่าเป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดพระตะบอง และ จังหวัดตราด ภายใต้กรอบความร่วมมือของยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (ACMECS) ที่เราได้เร่งรัดให้กำหนด ขึ้นโดยเร็ว ซึ่งความจริงทั้ง 2 จังหวัดมีการค้าขายมากขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว โดยทั้งสองประเทศต้องการที่จะ ประกาศความร่วมมือให้เกิดการค้าระหว่างกลุ่มประเทศให้ดีที่สุด และเมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา ผู้นำทั้ง 5 ประเทศได้ทำข้อตกลงในความร่วมมือในการทำเกษตรกรรมแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง โดยไทยจะเป็น ผู้รับซื้อสินค้าทางเกษตรจากเพื่อนบ้านโดยไม่มีภาษี อย่างไรก็ตามมีการจัดระเบียบชายแดน และตั้งศูนย์ ONE STOP SERVICE ในการดำเนินการครั้งนี้
       
                  ขณะที่การค้า,การลงทุน ในประเทศกลุ่ม ACMECS มีศักยภาพสูงทั้งนี้ไทยก็สนใจที่จะเข้าไปลงทุนทั้ง การตั้งนิคมอุตสาหกรรม หรือสิ่งที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะ กัมพูชามีนครวัต นครธม หากทั้ง 4 ประเทศประกาศใช้ VISA ที่สามารถเดินทางได้ทั้ง 4 ประเทศ ก็จะสามารถ เชื่อมการท่องเที่ยวได้อย่างดี จาก จังหวัดตราด สู่ จังหวัดเกาะกง สู่ สีหนุวิลล์ แล้วเชื่อมไปยังพนมเปญ นี่คือผลที่จะได้รับ นอกจากนี้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทาง ACMECS ก็พร้อมที่จะเพิ่มศักยภาพของแรงงานให้ดีขึ้นจะได้ไม่ต้อง ทำงานในประเทศอื่น รวมทั้งการร่วมมือทางด้านสาธารณสุขด้วย เป็นโอกาสดีกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้ สิ่ง สำคัญที่สุดก็คือ ความร่วมมือระหว่างตราด-พระตะบอง ที่จัดงานแสดงสินค้าขึ้นเป็นครั้งแรกและประสบความ สำเร็จอย่างสูงชนิดที่ไม่คาดมาก่อน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะมีครั้งต่อ ๆ ไป"
       
                  นี่คือคำกล่าวสุนทรพจน์ในการเปิดงาน "ตราดพระตะบองเทรดเอกซ์บิชั่นออฟโปรดักส์ 2005" ที่ จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ของ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ ประธานสภาธุรกิจ ACMECS เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา ต่อหน้านายเมา โต รา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชยกรรมของประเทศกัมพูชา ที่เป็น ประธานในการเปิดงาน
       
                  โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชยกรรม ประเทศกัมพูชา ระบุว่า ภายหลังที่ประธานหอการค้าทั้งสองจังหวัด,รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวสุนทรพจน์แล้ว นายเมา โตรา กล่าวเปิดงานว่า ในนามของรัฐบาลกัมพูชาขอชื่นชมกับคณะกรรมการจัดงานแสดงสินค้าครั้งนี้ ที่มีการนำสินค้า นานาชนิดมาแสดงทั้งหมด 148 บูท มีบริษัท,ห้าง ร้าน 23 แห่ง เข้าร่วมนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ความ สัมพันธ์ร่วมด้านการค้าระหว่าง 2 ประเทศ และระหว่างสภาหอการค้าไทยและกัมพูชา ทั้งนี้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการหารือในการร่วมกันพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะแนวนโยบายของนายจอม ประสิทธิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดพระตะบอง ได้นำเสนอไว้ ทางรัฐบาลหวังว่าความร่วมมือของทั้ง 2 จังหวัดที่ได้มีการลงนามร่วมมือทางด้าน เศรษฐกิจไว้จะสามารถสร้างความร่วมมือได้ในอนาคตต่อไป
       
                  "ผมอยากเห็นการพัฒนาให้ จังหวัดพระตะบองเป็นศูนย์หรือนิคมอุตสาหกรรมขึ้นในอำเภอกำเรียง เพื่อเป็น การลงทุนด้านอุตสาหกรรมชายแดนเหมือนกับที่ จังหวัด เกาะกง,อำเภอปอยเปต ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ขณะที่ จังหวัดไพลิน และ อำเภอกำเรียง จังหวัดพระตะบอง ยังไม่ได้ดำเนินการ หากสามารถดำเนินการได้ จะทำให้มีการจ้างงานนับหมื่นคน และจะเกิดผล ดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ"
       
                  ส่วนบรรยากาศงานแสดงสินค้าปรากฎว่า ชาวพระตะบองตื่นเต้นกับการแสดงสินค้าครั้งนี้มาก เพราะ หลังจากเปิดการแสดงบูทสินค้าแล้ว ชาวพระตะบอง เดินทางมาซื้อและชมสินค้าอย่างเนืองแน่น รถยนต์,รถจักร ยานยนต์ หรือกระทั่งจักรยาน มุ่งมาที่หน้าโรงแรมเตโอ ที่เป็นสถานที่จัดงาน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการเปิดงานอย่าง เป็นทางการด้วยซ้ำ
       
                  นายสุพจน์ เลียดประถม ประธานหอการค้า จังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลงด้วยดี ชาวพระตะบองให้ความสนใจมาชมงานและซื้อสินค้าในงานจำนวนมาก ทุกบูทมีชาวพระตะบองเข้าชมแน่น ไปตลอด 148 บูท เชื่อว่าเมื่อจบงานนี้จะมียอดขายมากกว่า 30 ล้านบาท โดยสินค้าที่ขายดีมีทั้งสินค้าอุปโภค- บริโภค ผลไม้ที่มาจาก จังหวัดตราด โดยเฉพาะส้มโชกุนขายแค่คืนเดียวได้กว่า 1 ตัน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็มียอดขายดี ขณะที่สินค้า OTOP ของ จังหวัดตราด และ จันทบุรีก็ได้รับความนิยมสูง ซึ่งผลจากการจัดงานครั้งนี้จะเกิดการขยาย ผล ทางการค้าระหว่าง 2 จังหวัดและจังหวัดอื่น ๆ โดยจะมีการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยในอนาคต นั่นจะเป็น ผลดีและมียอดขายมากกว่าซื้อสินค้าจากงานแสดงสินค้าด้วยซ้ำ ซึ่งหอการค้า จังหวัดตราด จะดำเนินการในกัมพูชา ต่อไป โดยเฉพาะ จังหวัดสีหนุวิลล์ และจังหวัดชายแดนกัมพูชา-เวียตนาม
       
                  แต่สิ่งที่ยืนยันความสำเร็จครั้งนี้ก็คือ คำยืนยันของนายอก ยา มอง รึท ที รองประธานสภาหอการค้า กัมพูชาว่า "การจัดงานครั้งนี้เป็นการเปิดประตูสู่การค้าระหว่าง 2 จังหวัดและกลุ่มประเทศ ACMECS ที่ต้องการ พัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร,อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่ง จังหวัดพระตะบอง มีศักยภาพทางด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือทั้งด้านการค้า,การท่อง เที่ยวนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าการจัดงานครั้งนี้
       
                  นายณคร สมตระกูล กรรมการหอการค้า จังหวัดจันทบุรี ที่ร่วมเดินทางไปร่วมงานครั้งนี้ และเป็นตัวแทนของหอการค้าจันทบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่เพียงจะวัดด้วยปริมาณของผู้เข้าชมและ ยอดขายสินค้า ที่คาดหมายไว้ว่ามีมากเกินกว่า 30 ล้านบาทเท่านั้น แต่นักธุรกิจของ จังหวัดตราด และ จังหวัดจันทบุรีจะได้ ประสบการณ์ใหม่และตลาดสินค้าใหม่ ๆ เพื่อนำไปใช้ในการค้าในโอกาสต่อไป ขณะเดียวกันก็สามารถสร้าง ยอดขายได้ในอนาคตเนื่องจากมีการติดต่อซื้อขายสินค้ากันอยู่
       
                  ส่วนนางดวงใจ จันทร ประธานกรรมการ บริษัท ไทย ซิง ซิง เทรดดิ้ง จำกัด และ 1 ในกรรมการการค้า ชายแดนของหอการค้าไทย,กรรมการ ACMECS ของหอการค้าไทยที่อยู่เบื้องหลังการจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า ดัชนี ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ก็คือ จำนวนผู้เข้าชมที่เข้ามาชมงานอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งวัน ทั้งคืน และทุกวันที่จัดงานมีวันละหลายหมื่นคน สถานที่จัดที่ใช้ถนน 2 สายก็เต็มไปด้วยผู้ชมงาน ขณะที่ยอด ขายสินค้าในแต่ละคืน สินค้าจากไทยขายดีมากโดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภค และผลไม้ หรือเครื่องสำอางค์ได้รับความนิยมเกินคาด ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย
       
                  "หอการค้า จังหวัดตราด ยังต้องสรุปผลการจัดงานครั้งนี้อีกครั้งเพื่อก้าวเดินต่อไป ทั้งนี้,ทางหอการค้า จังหวัดตราด จะเดินทางไปที่สีหนุวิลล์เพื่อเตรียมการเข้าไปจัดงานที่จังหวัดนี้อีกครั้งนี้ เพราะมองเห็นลู่ทางในการจัดงาน เนื่องจากสินค้าไทยที่มาจาก จังหวัดตราด ในแต่ละปีมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้แล้วก็จะเดินทางไปสำรวจ เส้นทางที่ชายแดนกัมพูชา-เวียตนาม ที่เป็นเส้นทางนำสินค้าไทยสู่ เวียตนามตอนใต้ ทั้งนี้สินค้าไทยกว่า 6-7,000 ล้านบาท นำมาขายในเวียตนาม ดังนั้น เวียตนามจึงเป็นตลาดที่ สำคัญของไทยตลาดหนึ่งในปัจจุบัน"
       
                  และนี้ก็จะเป็นความสำเร็จที่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่จะมีก้าวต่อไปและก้าวต่อไปที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่พระตะบอง 


โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 26 ธันวาคม 2548 15:48 น.

[ Back On Top ]
ข้อมูลพื้นฐานประเทศสมาชิก
กัมพูชา
ลาว
พม่า
เวียดนาม
à·ÃÒ«Í¿µì