นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการบริการกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ประเทศเวียดนาม เครือเจริญโตภภัณฑ์จำกัด หรือซีพี กล่าวในงานสัมมนา การเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ของเวียดนาม ประโยชน์และผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวกับผลกระทบหลังเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกใหม่ดับเบิลยูทีโอ เพราะเวียดนามได้เปรียบไทยในด้านค่าแรงงานที่ต่ำกว่าไทยเท่าตัว โดยเฉลี่ยค่าแรงงานเวียดนามต่อวันอยู่ที่ 70 บาทต่อคน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 150 บาทต่อคน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งใน 5 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินเวียดนามผันผวนเพียงแค่ร้อยละ 5 แต่ของไทยผันผวนถึงร้อยละ 15
นายสุขสันต์กล่าวว่า สำหรับเครือซีพีเข้าไปลงทุนในเวียดนามในด้านปศุสัตว์ และเกษตรแปรรูปและเป็นผู้ครองอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในเวียดนาม อาหารทะเลแช่แข็ง ซึ่งบริษัทวางแผนใน 10 ปีข้างหน้า บริษัทจะเพิ่มการลงทุนในเวียดนามให้เทียบเท่ากับการลงทุนในไทยหรือเป็นบ้านที่สอง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบริษัทไทยไปลงทุนในเวียดนามเพียง 130 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2 ของการลงทุนทั้งหมดในเวียดนาม ผู้ประกอบการไทยจึงควรที่จะยึดหัวหาดนี้ไว้ เนื่องจากเวียดนามมีทัศนคติที่ดีต่อคนไทยและแบรนด์สินค้าไทย
นายจักกฤษณ์ พุ่มไพศาลชัย ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมองเวียดนามเป็นพันธมิตรมากกว่าคู่แข่ง เพราะเวียดนามเป็นฐานการผลิตและเป็นประตูส่งออกไปประเทศที่ 3 เช่น จีน รัสเซีย ยุโรปตะวันออก
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอของเวียดนามในแง่ผลกระทบเชิงลบนั้น อุตสาหกรรมสิ่งทอจะได้รับผลมากที่สุด เพราะเวียดนามเป็นคู่แข่งในการส่งออกสิ่งทอไปยังสหรัฐฯ และยุโรปเหมือนกับไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งปรับตัว
ที่มา : มติชนรายวัน 25 กุมภาพันธ์ 2550
|