บทความ
อุบลฯขยายคอนแทรกฟาร์มมิ่ง +รุกลงนามความร่วมมือแขวงจำปาสักรอบ2ขยายเพิ่มอีก6รายการ


                  อุบลฯรุกเซ็นคอนแทรกฟาร์มมิ่งแขวงจำปาสักของลาวรอบ 2 เพิ่มสินค้าเกษตรอีก 6 รายการรวมเป็น 13 รายการ มีผู้ประกอบการไทย-ลาวกว่า 40 รายร่วมลงนามการค้า คาดส่งผลให้มูลค่าการค้าปี 49 จากโครงการนี้เพิ่มขึ้นอีก 600 ล้านบาท

                  นายมังกร ใสงาม พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้คณะผู้แทนจากแขวงจำปาสัก สปป.ลาว และจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการลงนามความร่วมมือคอนแทรกฟาร์มมิ่งระหว่างกัน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากครั้งแรกที่ลงนามเมื่อกลางปี 2548 จากเดิมที่มีสินค้าเกษตร 7 รายการ คือ กล้วยน้ำว้า มะขามเปียก เมล็ดละหุ่ง กะหล่ำปลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วลิสง และถั่วเหลือง เพิ่มขึ้นอีก 6 รายการ คือ ขิง ลูกเดือย ผักกาดขาว ฝ้าย และข้าวโพดหวาน ซึ่งการลงนามในครั้งนี้มีสินค้ารวม 13 รายการใน 27 สัญญา มีผู้ประกอบการไทยกว่า 20 ราย และสปป.ลาวรวม 20 กว่ารายเช่นกัน และจากการลงนามดังกล่าวทำให้ในปี 2549 คาดว่าจะมีการซื้อขายสินค้าระหว่างกันคิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท เมื่อรวมกับครั้งแรกจะทำให้มีมูลค่าการค้าประมาณกว่า 1 พันล้านบาท

                  สำหรับความร่วมมือโครงการคอนแทรกฟาร์มมิ่งระหว่างไทยและสปป.ลาวดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่ 2 แขวงทางตอนใต้ของสปป.ลาว คือ แขวงจำปาสักและสาละวัน ที่มีชายแดนติดกับจังหวัดอุบลราชธานีของไทย ได้มีการประชุมเจรจาแก้ไขปัญหา ลดอุปสรรคการค้าและตับคู่ธุรกิจระหว่างกัน เมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2548 ซึ่งรูปแบบการประชุมนอกจากการประชุมกลุ่มใหญ่แล้ว ยังการแบ่งกลุ่มย่อยร่วมหารือกัน เป็นการสนทนาแบบตรงตัวระหว่างผู้ประอบการเกษตรของลาวในฐานะผู้ปลูกพืชผลการเกษตร นำผลผลิตที่ได้เข้าสู่โรงงานแปรรูปผลผลิตของไทยในฐานะผู้ซื้อ ในลักษณะคู่สัญญาตกลงทำการค้าร่วมกัน ในตลาดสินค้าทางการเกษตรโดยตรงที่เรียกกันในแบบสากลว่าคอนแทรกฟาร์มมิ่ง(Contract Farming)

                  โครงการดังกล่าวได่มีการทำความเข้าใจกับเกษตรกรของลาวว่า ไม่ได้เป็นการนำเงินไปให้โดยตรง แต่เป็นการส่งเสริมในลักษณะของการให้ความช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์ต้นกล้า เทคนิคการปลูกตามหลักวิชาการที่ถูกต้องจากวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เคยส่งเสริมในลักษณะให้เงินมาส่งเสริม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการใหม่ ที่มีตัวอย่างที่เห็นชัดเป็นรูปธรรมแล้ว คือ การปลูกข้าวโพด โยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยจำปาสัก สปป.ลาว ให้เข้าไปกำเนินการในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยจำปาสักจำนวน 12,000 ไร่ ในการทดลองปลูกข้าวโพดหวานสำหรับบริโภค และจะทำการทดลองให้กับเกษตรกรลาวได้ศึกษาเป็นตัวอย่าง ก่อนที่จะขยายออกไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่นต่อไป

                  ทั้งนี้ทางเราได้สนับสนุนสินค้าด้านการเกษตรในสปป.ลาวแบ่งเป็น 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มเป้าหมายรอง กลุ่มเป้าหมายหลักมี 3 ตัว คือ ข้าวโพดหวานสำหรับบริโภค ข้าวโพดสำหรับเลี้ยงสัตว์ และน้ำมันละหุ่งป้อนโรงงานสกัด เป้าหมายรอง ได้แก่ กล้วยและถั่วลิสง พร้อมกันนี้เราได้ให้สิทธิพิเศษที่ถือว่า สปป.ลาวอบู่ในกรอบประเทศเพื่อนบ่านกลุ่มอาเซียนใหม่ที่จะได้รับสิทธิพิเศษสินค้าเกษตรหลายรายการที่นำเข้าด้วยภาษี 0% หรือปลอดภาษี อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวานสำหรับบริโภค เมล็ดละหุ่ง ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ต้นยูคาลิปตัส มันฝรั่ง ลูกเดือย ไม้แปรรูป เครื่องจักรกลทางการเกษตร และหมวดยารักษาโรค เป็นต้น


ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2201 18 มี.ค. - 21 มี.ค. 2550

[ Back On Top ]
ข้อมูลพื้นฐานประเทศสมาชิก
กัมพูชา
ลาว
พม่า
เวียดนาม
à·ÃÒ«Í¿µì