1. การพัฒนา : ความต้องการพลังงานไฟฟ้า
ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของเวียดนามในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เวียดนามมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยการไฟฟ้าเวียดนาม (Electricity of Viet Nam:EVN) ได้ประมาณการณ์ว่า ภายในปี 2558 เวียดนามจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนถึง 190,000 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 4 เท่าของปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันในเวียดนาม หรือ 59,000 ล้านกิโลวัตต์ การที่จะสามารถรองรับความต้องการใช้ พลังงานไฟฟ้าในปริมาณดังกล่าวได้ การไฟฟ้าเวียดนามจึงต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศให้ได้มากกว่า 42,000 เม็กกะวัตต์ภายใน 8 ปี และจะต้องใช้เงินในการลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและขยายเครือข่ายเชื่อมโยงกระแสไฟฟ้าทั่วประเทศ
2. การส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชน
ความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลเวียดนามหาแนวทางที่จะระดมเงินทุนเพื่อใช้ในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า อาทิ การอนุญาตให้ภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศมีส่วนร่วมในการผลิตกระแสไฟฟ้า และการเร่งรัดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า ในด้านการให้ภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศมีส่วนร่วมในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยปัจจุบัน ภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศได้ยื่นขออนุญาตลงทุนก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าเป็นจำนวน 190 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกัน 3,200 เม็กกะวัตต์ โดยโรงผลิตไฟฟ้าของเอกชนจะได้รับอนุญาตให้เพียงทำการผลิตและจัดส่งกระแสไฟฟ้า ในขณะที่การไฟฟ้าเวียดนามจะทำการผูกขาดในเรื่องการส่งกระแสไฟฟ้า (power transmission) กระจายไปตามแหล่งต่างๆ และ ณ เดือนธันวาคม 2549 ได้มีโรงผลิตไฟฟ้าของภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศทำการผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันอยู่ 17 แห่ง อีก 40 แห่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน และ 78 แห่ง อยู่ในระหว่างการพิจารณารายงานการศึกษาความ เป็นไปได้ของรัฐบาลเวียดนาม
โรงผลิตไฟฟ้าของภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศดังกล่าวนี้ได้มีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้เพิ่มจาก ร้อยละ 2 ในปี 2545 เป็นมากกว่า ร้อยละ 13 ในปี 2547 และเกือบ ร้อยละ 40 ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าในปี 2549
สำหรับในด้านการให้ภาคเอกชนเวียดนามและต่างประเทศมีส่วนร่วมในการผลิตกระแสไฟฟ้าในรูปแบบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น การไฟฟ้าเวียดนามให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเห็นว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ทำการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากจะช่วยให้หน่วยงานของรัฐที่ทำการผลิต
กระแสไฟฟ้าสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในด้านนี้จะยังช่วยให้รัฐบาลเวียดนามสามารถระดมเงินทุนในการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยการไฟฟ้าเวียดนามคาดว่า จะได้รับเงินทุนที่ได้จากการขายหุ้นของบริษัทที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นมูลค่ากว่า 11 แสนล้านด่อง หรือประมาณ 688 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2551 ซึ่งเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินทุนที่การไฟฟ้าเวียดนามมีความต้องการในการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้า
ดังนั้น เพื่อดำเนินการเร่งรัดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ทำการผลิตกระแสไฟฟ้า การไฟฟ้าเวียดนามจึงจะจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน (joint stock companies) ขึ้นมาเพื่อทำการบริหารและเร่งรัดการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง การก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าใหม่ และการระดมเงินทุนโดยการขายหุ้นของบริษัทดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์ในเวียดนาม รวมทั้งการพิจารณาเปิดรับนักลงทุนภาคเอกชนและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และสิทธิพิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้สนใจเข้าร่วมลงทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งการลงทุนโดยตรง และการลงทุนโดยอ้อม ผ่านการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
อนึ่ง กระทรวงอุตสาหกรรมเวียดนามกำลังอยู่ในระหว่างการเสนอแผนการเปิดตลาดการผลิตกระแสไฟฟ้าในเวียดนามเป็นระยะให้รัฐบาลเวียดนามพิจารณา โดยในระยะแรก เริ่มจากปี 2552 เป็นต้นไป กระทรวงอุตสาหกรรมเวียดนามจะเปิดรับคำขอใบอนุญาตลงทุนทั่วไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าระยะที่สอง ในปี 2558 เป็นต้นไป จะเปิดให้ยื่นคำขอใบอนุญาตผลิตและจัดส่งกระแสไฟฟ้าให้หน่วยงานงานจัดส่งกระแสไฟฟ้า (power distributors) รวมทั้งลูกค้าขนาดใหญ่ (large customers) และระยะที่สาม ในปี 2565 เป็นต้นไป จะพิจารณาเปิดให้ผู้ลงทุนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้แก่ลูกค้าทุกประเภทได้โดยไม่จำกัด
3. โอกาสของนักลงทุนไทย
จากการประเมินความต้องการไฟฟ้าของเวียดนาม ซึ่งเห็นได้ว่า เวียดนามจะยังไม่มีขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามความต้องการในระยะเวลาที่รวดเร็ว และในในปี 2550 นี้ การไฟฟ้าเวียดนามคาดว่า เวียดนามจะประสบปัญหาวิกฤตการณ์ไฟฟ้าขาดแคลนอีกครั้งจากภาวะน้ำแล้ง ซึ่งจะทำให้เวียดนามไม่มีกระแสน้ำที่เพียงพอในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม- กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนสูงถึงกว่า 200 ล้านกิโลวัตต์ต่อวัน และรัฐบาลเวียดนามได้วางแผนที่จะควบคุมการใช้ไฟฟ้าในช่วงนี้แล้วโดยจัดให้มีการหมุนเวียนสลับจุดดับไฟฟ้า (rotating blackout) ในช่วงเดือนดังกล่าว
การมีปัญหาวิกฤตทางด้านพลังงานไฟฟ้าในเวียดนาม จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ นักลงทุนไทยได้พิจารณาการลงทุนในด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าในเวียดนาม ทั้งในรูปการซื้อหุ้นในบริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าของเวียดนามที่ได้รับการแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจแล้ว และการลงทุนก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าในเวียดนาม
ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย |