เวียดนาม 7 พ.ย. 51 -สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ระบุ หากทุกประเทศร่วมมือ การประชุม ACMECS ครั้งที่ 3 จะประสบความสำเร็จ บนพื้นฐานที่ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน
ดาวี ไชยคีรี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ติดตามคณะนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และร่วมประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมืออิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (ACMECS Summit) ครั้งที่ 3 รายงานว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางมาถึงสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อค่ำวานนี้ ( 6 พ.ย.) เพื่อเข้าร่วมประชุม ACMECS ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ และหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำกลุ่มประเทศ ACMECS 5 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการหารืออย่างไม่เป็นทางการ ได้มีการพูดคุยหลายเรื่อง โดยเฉพาะศักยภาพที่ทั้ง 5 ประเทศสมาชิกสามารถผลิตข้าวได้เกินกว่าร้อยละ 50 ของโลก จึงเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การกำหนดราคาและวางแผนการผลิตร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการผลิต สำหรับการประชุมอย่างเป็นทางการเช้าวันนี้ (7 พ.ย.) ไทยจะเสนอความสามารถด้านการผลิตอาหาร การเกษตร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา ด้วยการมอบทุนการศึกษาประมาณ 100 ทุน แก่ประเทศสมาชิก ACMECS อย่างไรก็ตาม ทุกประเทศมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ จึงต้องดำเนินการเพื่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยก็จะได้รับความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เป็นการตอบแทน ดังนั้น จึงมั่นใจหากทุกประเทศร่วมมือกัน ข้อตกลงทุกด้านจะประสบความสำเร็จ บนพื้นฐานที่ทุกประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกัน
ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุม ACMECS ครั้งนี้จะมีการรับรองปฏิญญาการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 3 ปฏิญญาผู้นำเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว และการลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาการฝึกอบรมวิชาชีพในประเทศACMECS ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมกันนี้ไทยจะเน้นผลักดันเรื่องความร่วมมือในเรื่องการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม การพัฒนาด้านการเกษตร การช่วยเหลือทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และการพัฒนาด้านการสาธารณสุข ทั้งนี้ประโยชน์สำคัญที่ได้รับจากกรอบความร่วมมือ ACMECS คือ การทำให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านการค้าการลงทุน และการติดตามการลงทุนบริเวณแนวชายแดน พร้อมจะมีการหารือแนวทางดำเนินการ ถึงการตั้งศูนย์บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service Centerเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการค้าขายได้ง่ายขึ้น.-สำนักข่าวไทย
ที่มา: http://news.mcot.net |