รายงานพิเศษ : ไทย-ลาว-เวียดนาม ได้ฤกษ์เปิดเส้นทางเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ 11 มิ.ย.นี้ คณะทำงานร่วมไทย-ลาว-เวียดนามและธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว และกำหนดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมกัน ณ จุดผ่านแดนทั้งสามประเทศ ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ บนเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมชายฝั่งตะวันออก จากทะเลจีนใต้สู่ชายฝั่งตะวันตก ทะเลอันดามัน หรือ EWEC นับเป็นเส้นทางการค้าที่เกิดมาร่วมทศวรรษ การเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ที่ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้น จึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดนสะหวัน-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 สำหรับเส้นทางจากจังหวัดมุกดาหารที่จะเชื่อมโยงไปสู่ทะเลตะวันออกของประเทศเวียดนาม ผ่านเส้นทางหมายเลข 9 ของลาว เชื่อมเส้นทางหมายเลข 1 ในประเทศเวียดนามได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกขนส่งสินค้า ภายหลังที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต เปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550 โดยมีการตั้งคณะทำงานของทั้ง 3 ประเทศประชุมร่วมกันมาโดยตลอดมา เพื่อให้เส้นทาง EWEC รองรับการท่องเที่ยวและขนส่งได้อย่างเต็มรูปแบบ อันจะเป็นการสร้างงานสร้างระบบเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี นายประเวช สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในการเปิดเส้นทางเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม ที่เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ซึ่งต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงนั้น เชื่อว่า จะนำมาซึ่งการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะผัก ผลไม้ของไทย ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านจนถึงประเทศจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ พิธีเปิดเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม กำหนดให้มีขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ในวันเดียว ทั้ง 3 จุด คือ ที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านพรมแดนลาวบาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในวันที่ 11 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีพิธีเปิดหลัก อยู่ ณ ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้ง 3 ประเทศ ร่วมพิธี อีกไม่นานเส้นทางสายนี้จะเดินหน้าไปอย่างเต็มศักยภาพ ตามความคาดหวังของทุกประเทศ ที่ต้องการให้เส้นทางแห่งนี้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
ที่มาจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
|