ประเด็นน่าสนใจ
วิมล กิจบำรุง ฝ่าอุปสรรค 10 ปีใน สปป.ลาว เปิดน้ำตกตาดผาส้วมสู่แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ
17 March 2553


โดย ปวีณา ประยูรหาญ

                                  "ข้าพเจ้าเองถึงแม้จะไม่สามารถเห็นภาพเหล่านั้นในขณะนี้ หลังจากเปิดโครงการเพียงหนึ่งสัปดาห์ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 8 วันที่หมดสติโคม่า เมื่อฟื้นขึ้นมากับการสูญเสียการมองเห็น"

ข้อความส่วนหนึ่งที่บันทึกลงบนแผ่นกระดาษขนาดเอ 4 วางไว้บนโต๊ะอาหาร ณ ร้านอาหารริมน้ำตกตาดผาส้วม อุทยานบาเจียง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ของผู้ชายวัย 56 ปีที่ชื่อ "วิมล กิจบำรุง

ในโอกาสที่ได้พบปะเป็นครั้งแรก เมื่อ บริษัท แฮปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด บริษัทขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) พาคณะสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิตเดินทางสู่จังหวัดจำปาสัก ดินแดนแห่งลาวใต้

 

หากออกเดินทางจากตัวเมืองจำปาสักช่วงสาย ก็จะใช้เวลาสู่น้ำตกตาดผาส้วมประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือพอดีกับช่วงเวลารับประทานอาหารมื้อเที่ยง

ในวันนั้น วิมลอยู่ในชุดแต่งกายสบายๆ พร้อมกับวิทยุสื่อสาร นั่งบ้าง ลุกยืนบ้าง เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสู่น้ำตกผาส้วมแห่งนี้

หลังจากรับประทานอาหารอันเอร็ดอร่อย อย่างลาบท้องถิ่น หมูทอดตะไคร้ ต้มไก่บ้าน ตบท้ายด้วยลูกสำรองเป็นของหวาน ที่วิมลบอกว่าผักสดที่กินแกล้มส่วนหนึ่งปลูกโดยพนักงานที่นี่ ที่สำคัญอาหารที่นี่ไม่ใส่ผงชูรส                                     

วิมลย้อนให้ฟังถึงการเดินทางมาตั้งรกรากที่ลาวว่า เขาได้รับการชักชวนจากเพื่อนนักธุรกิจเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยว โดยมีโปรเจ็คต์หนึ่งคือการซื้อกิจการ โรงแรมจำปาสัก พาเลซ ต่อจากผู้ได้รับสัมปทานเดิม                  

วิมลจึงตัดสินใจเข้ามาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ ในแขวงจำปาสัก ตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งกลับจากประเทศเยอรมนี หลังจากไปเปิดร้านอาหารไทยและพาครอบครัวไปใช้ชีวิตนานถึง 7 ปี และเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก

"เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าแขวงอ่อนเนื้อ พรหมจรรย์ ปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศลาว บอกว่าต้องการให้นักธุรกิจเข้ามาลงทุนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศลาว จึงเริ่มสำรวจพื้นที่ใช้เวลาอยู่ 2 อาทิตย์ จนวันสุดท้ายที่จะตัดสินใจ จึงได้มาเจอที่น้ำตกตาดผาส้วมนี้ ในสมัยนั้นยังเป็นแค่ทางเกวียนและน้ำตกเล็กๆ"

หลังจากปรึกษากับครอบครัวแล้ว วิมลตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศลาวอีกครั้ง โดยมีเพียงกล้วย 1 หวี ขนมปัง 1 ก้อน เข็มทิศ สมุดบันทึก และขวาน เพื่อเริ่มดำเนินการสำรวจพื้นที่น้ำตกตาดผาส้วม ทุกจุด ทุกตารางเมตร ทำอย่างนี้อยู่นาน 1 ปี และได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลลาวเป็นระยะเวลาสัมปทาน 15 ปี บนพื้นที่ 1,300 ไร่ ของอุทยานบาเจียง ที่ตั้งน้ำตกตาดผาส้วมนั่นเอง

                  "ผมตั้งใจว่าจะให้ที่นี่เป็นที่เกษียณอายุ ผมชอบเขียนรูป อยากทำที่นี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ต้องการอนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชนเผ่าต่างๆ ผมเดินทางไปตามชายแดนเพื่อให้ชนเผ่าเหล่านั้นเข้ามาอยู่ที่นี่ และคงเป็นช่วงที่ผมเริ่มติดเชื้อไข้มาลาเรีย"

                  วิมลใช้เวลาสำรวจที่ดินผืนนี้นาน 2 ปี และเริ่มดำเนินการก่อสร้างด้วยเครื่องทุ่นแรงที่หาได้ในสมัยนั้น คือมีเพียงช้าง 1 เชือก และแรงงานคนท้องถิ่น 80 ชีวิต

              กว่าโครงการน้ำตกตาดผาส้วมจะสวยงามอย่างที่นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเอ่ยปากชมกัน วิมลใช้เวลาก่อสร้างสถานที่แห่งนี้นานถึง 5 ปี อาศัยซากไม้ที่ล้มตายไหลมาตามลำห้วยเพื่อสร้างร้านอาหาร มีการขนก้อนหินจำนวนมากมาจัดเรียงให้เป็นกำแพงกั้นดินที่ต่างระดับ ที่สำคัญ วิมลได้ปลูกไม้กฤษณา ซึ่งเป็นไม้มีค่าหายากที่สูญพันธุ์แล้วในวันนั้น และไม้อื่นๆ กว่า 25,000 ต้น น้ำตกสายเล็กๆ วิมลตกแต่งเติมก้อนหิน เพื่อให้น้ำตกกระทบอย่างงดงาม และแผ่กว้างขึ้นหลายจุดจนเป็นน้ำตกขึ้นชื่อของเมืองจำปาสัก

ปัจจุบันน้ำตกตาดผาส้วมมีบริการต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบ้านพักหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า 8 เผ่า เช่น กะเหรี่ยง ส่วย ลาวลุ่ม เป็นต้น

แม้ว่าความงดงามที่เกิดขึ้นบนพื้นที่น้ำตกตาดผาส้วมนี้ วิมล จะได้มีโอกาสชื่นชมกับน้ำพักน้ำแรงของตนเองได้เพียง 2 วัน หลังจากเปิดให้บริการเมื่อ 3 ปีก่อน โดยหลังจากนั้นได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ และเริ่มมีอาการรุนแรงถึงขั้นหมดสติ เข้ารับการรักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินนานถึง 18 วัน คำวินิจฉัยของแพทย์เวลานั้นคือ วิมลติดเชื้อไข้มาลาเรียอย่างรุนแรง อวัยวะภายในสูญเสียเกือบหมด ไตวาย ปอด ตับบวม และสูญเสียการมองเห็นแล้ว ถ้ามีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็แค่เป็นเจ้าชายนิทราเท่านั้น!!!

                  แต่ด้วยแรงบันดาลใจของผู้ภรรยา (นรรัตน์ กิจบำรุง) ที่เชื่อว่าสักวันหนึ่งสามีจะต้องหาย เธอเลือกที่จะให้แพทย์รักษาต่อไปในทุกวิธีการที่จะเยียวยาได้ 

                  ปาฏิหาริย์สำหรับผู้ชายชื่อ วิมลเกิดขึ้นจริง เขาฟื้นขึ้นมาเกือบปกติ ยกเว้นแต่การสูญเสียการมองเห็น ตลอดระยะเวลารักษาต่อมาอีกนาน 3 เดือน วิมลยังคงสานต่อโครงการที่น้ำตกตาดผาส้วม โดยใช้วิธีการโทรศัพท์สั่งงาน โดยที่พนักงานที่นั่นไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างที่วิมลวางพื้นฐานไว้ให้กับที่นี่ รวมถึงบุคลากรชนเผ่า 11 เผ่า ทำให้ที่น้ำตกตาดผาส้วมยังเปิดดำเนินการต่อมาได้ด้วยดี จนถึงวันนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว 

                  

หลังจากสูญเสียการมองเห็น 14 เดือนต่อมา วิมลเริ่มมีอาการดีขึ้น ปัจจุบันเขาสามารถมองเห็นภาพในลักษณะขาวดำ และใช้ชีวิตกับภรรยาที่นี่ตลอดมา โดยจะเดินทางกลับมาประเทศไทยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจและรักษาสุขภาพ

                  

สำหรับ วิมลเขาเกิดที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นศิษย์เก่าอัสสัมชัญระยอง รุ่นที่ 1 อัสสัมชัญ ศรีราชา รุ่นที่ 22 และจบโรงเรียนเพาะช่าง ความตั้งใจเดิมคือต้องการเป็นครูสอนศิลปะ แต่ทำอยู่ไม่นาน ก็ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจ เขาเข้าไปทำธุรกิจที่เกาะล้านเป็นรุ่นแรกๆ ขายสินค้าทุกอย่างนานถึง 10 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจพาครอบครัวไปใช้ชีวิตและเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น 7 ปี

                  ความตั้งใจของวิมล ในการพัฒนาพื้นที่น้ำตกตาดผาส้วมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และรักษาวัฒน ธรรมยังคงชัดเจน พนักงานที่นี่กว่า 85 ชีวิต ล้วนเป็นคนชนเผ่าต่างๆ 11 เผ่า ที่มีอาชีพ มีรายได้ มีการศึกษา

                  "แม้ว่าผมยังไม่ภูมิใจกับโครงการที่นี่มากนัก แต่มีความสุขในสิ่งที่อยากจะทำ เวลาว่างตอนเย็น ผมก็จะสอนภาษาอังกฤษบ้าง เยอรมันบ้างให้กับเด็กๆ ที่นี่ ชนเผ่าทุกคนที่นี่เขามีรายได้ สามารถกลับไปสร้างบ้านให้กับพ่อแม่ของเขา รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 หลัง"

                  ในวันนี้น้ำตกตาดผาส้วม ยังไม่เพียงแต่ให้บริการนักท่องเที่ยวเท่านั้น ยังเป็นสถานที่ให้ประโยชน์กับกลุ่มนักศึกษาที่เดินทางเข้ามาเพื่อดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านมานุษยวิทยาด้วย

                  วิมลยังเป็นผู้ได้รับรางวัลจากรัฐบาลไทย ด้านผู้ลงทุนกับธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ประเทศไทย-ลาวด้วย

                  "นักธุรกิจแต่ละคนจะมีสไตล์ใครสไตล์มัน ทุกคนล้วนแต่มุ่งหากำไร แต่จะมีประเภทหนึ่งที่มุ่งกำไรไปหมดไม่ว่าจะผิดหรือถูก ซึ่งผมไม่อยากให้มาทำธุรกิจที่นี่ แต่ที่นี่เราชัดเจนแต่แรกว่าไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ศีลธรรม มีความซื่อสัตย์กับทุกคน เราไม่เคยโฆษณา แต่ที่ทุกคนมาที่นี่แบบปากต่อปาก ถ้าทุกคนอยากมาดูธรรมชาติ และวัฒนธรรม"

                  ก่อนจะลาจาก วิมลทิ้งท้ายว่า "ผมใช้หลักความเจริญปรับจูนความถี่ ความตั้งใจให้เข้ากับที่นี่ บอกเลยว่าทุกคนต้องเจริญพร้อมกัน เราพัฒนาชีวิตเขา เด็กๆ ที่นี่ได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เขาก็ตั้งใจทำงานให้เรา"

                  เรื่องราวของผู้ชายชื่อ วิมล กิจบำรุง ในวันนี้จึงน่าจะเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับใครอีกหลายๆ คนที่มีความฝันและความตั้งใจที่จะทำงานทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จขึ้นในวันหน้าได้เช่นกัน


ที่มา : คอลัมน์ เฉลียงไอเดีย หนังสือพิมพ์มติชน


[ Back On Top ]
ข้อมูลพื้นฐานประเทศสมาชิก
กัมพูชา
ลาว
พม่า
เวียดนาม
à·ÃÒ«Í¿µì