ประเด็นน่าสนใจ |
ความเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทาง โอกาส อุปสรรคและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศ ACMECS
|
- การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน
1.1 โอกาส - ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์มีแนวโน้มที่ดีและมีปริมาณผลผลิตสูง อีกทั้งเอกชนไทยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมแบบ value-added เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการจัดตั้งอุตสาหกรรมรองรับ อาทิ โรงงานน้ำตาล โรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งเน้นการส่งออกเป็นหลักส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีปัจจัยหลักที่เอื้ออำนวยต่อการขยายอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ วัตถุดิบ พื้นที่ แรงงาน ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้ยังเป็นเศรษฐกิจที่ไม่โตและยังไม่เปิดกว้างเต็มที่ทำให้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดเวียดนามเป็นประเทศที่มีโอกาสพัฒนาไปเร็วที่สุด รองลงมา ได้แก่ กัมพูชา ลาว และพม่า - ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านโดยเปรียบเทียบ 1) เวียดนาม มีระบบการเงินและสังคมที่ค่อนข้างเปิด แรงงานมีความขยันขันแข็ง นโยบายภาครัฐมีความชัดเจน ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เกณฑ์สากลในการดำเนินการ 2) กัมพูชา มีความสัมพันธ์และการติดต่อใกล้ชิดกับไทย สามารถใช้เงินบาทในการซื้อ-ขาย มีความโน้มเอียงที่จะเลือกทำธุรกิจกับไทย 3) ลาว สื่อสารเข้าใจ แรงงานขยันพอประมาณ สามารถขออนุญาตประกอบธุรกิจได้โดยตรงจากเจ้าแขวง ใช้เงินบาทในการซื้อ-ขาย รัฐบาลเข้ามาควบคุมธุรกิจต่างชาติไม่มากนัก 4) พม่า - มีทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานจำนวนมาก มีปัญหาในระบบการโอนเงินเข้าไทย ขั้นตอนขออนุญาตประกอบธุรกิจมีความยุ่งยาก เงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่จำกัด อาทิ รับเครดิตเฉพาะเงินสกุลยูโร อัตราภาษีสินค้านำเข้าสูง
1.2 กลยุทธ์ - ใช้ระบบการเกษตรแบบมีพันธะสัญญา (Contract Farming) ภายใต้กรอบ ACMECS โดยติดต่อผ่านหน่วยงานภาครัฐของประเทศเพื่อนบ้านที่มีลักษณะคล้าย กรมส่งเสริมการส่งออก ธนาคารเพื่อการเกษตร สหกรณ์ชุมชน เป็นต้น เพื่อจัดทำสัญญากับเกษตรกร โดยมีการจัดทำทะเบียนเกษตรกร ระบุรายชื่อเกษตรกรและปริมาณผลผลิตที่เป็นระบบ - สร้างกลไกความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร โดยการรับประกันราคาขั้นต่ำ รับซื้อผลผลิตตามสัญญาที่ทำไว้ ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต และส่งเสริมศักยภาพในพื้นที่ ทั้งนี้ โดยมีตัวแทนของภาคเอกชนประจำการในพื้นที่เพื่อการดังกล่าว - การสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรผ่านหน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นประเทศสังคมนิยมที่รัฐบาลมีบทบาทมากและมีอิทธิพลในการชี้นำการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์จูงใจเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการและสอนวิธีเพาะปลูกที่ถูกต้อง - สนับสนุนเทคโนโลยีในการอบลดความชื้นสินค้าเกษตรในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเน่าเสียระหว่างการขนส่งเข้าไทย และการแยกคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อส่งออกไปประเทศที่สาม เช่น ข้าวโพดที่ทำการเพาะปลูกโดยเกษตรกรลาวภายใต้ Contract Farming ในแขวงไซยะบุรีของลาว ซึ่งบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์รับซื้อและจำหน่ายในไทยโดยส่วนหนึ่งทำการคัดแยกส่งต่อไปยังมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย
- อุปสรรคทางการค้าที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุน
2.1 เงินทุน - ข้อจำกัดของระบบธนาคารซึ่งไม่สนับสนุนการประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพในการประกอบธุรกิจขนาดใหญ่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจของไทยก้าวหน้าเร็วขึ้น 2.2 การคมนาคมขนส่ง - การเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น East-West Economic Corridor/ North-South Economic Corridor จำเป็นต้องได้รับหลักประกันจากรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินการในระดับปฎิบัติ 2.3 จุดผ่อนปรน - การพิจารณาเพิ่มจำนวนจุดผ่อนปรนตามแนวชายแดนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ 2.4 ขั้นตอนการออกเอกสาร - ปัจจุบันขั้นตอนการออกเอกสารหรือจำนวนเอกสารที่ต้องแสดงทำให้เกิดความล่าช้าในการประกอบธุรกิจ ในทางปฎิบัติเอกชนยังต้องแสดงใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O) แก่หน่วยงานชายแดนของรัฐ รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายนอกระบบในการขนส่งสินค้าข้ามแดน นอกจากนี้ เอกชนบางรายจำเป็นต้องให้เงินแก่เจ้าหน้าที่รัฐจากประเทศเพื่อนบ้านในการออก C/O ทำให้เป็นการเพิ่มราคาต้นทุนสินค้า 2.5 หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่อง ACMECS - การจัดตั้งหน่วยงานหลักที่สามารถดูแลโครงการ ACMECS ในภาพรวมได้ จะทำให้การดำเนินการและประสานงานเกี่ยวกับโครงการเป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า เนื่องจากในปัจจุบันเกิดความไม่ชัดเจนในการประสานงานโครงการ เช่น ในเรื่อง Contract Farming ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ดูแลในภาพรวม ส่วนในทางปฎิบัติกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ 2.6 การสนับสนุนภาคเอกชนในการดำเนินการ Contract Farming - การเจรจาระดับรัฐบาลกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์และเอื้ออำนวยต่อการทำ Contract Farming เป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ การจัดทำบันทึกความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่อง Contract Farming ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นตัวอย่างที่ดีของการสนับสนุนจากภาครัฐบาล
- ทิศทางของการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน
3.1 ในอนาคตหากปัจจัยนโยบายรัฐบาล สภาพทางการเงิน สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งวัตถุดิบของประเทศเพื่อนบ้านเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ เอกชนไทยอาจพิจารณาลงทุนธุรกิจประเภทอื่นในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอในลาว (มีข้อได้เปรียบคือได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า หรือ GSP จากสหรัฐฯและ EU) และอุตสาหกรรมร้านค้าย่อย นอกจากนี้อาจจะเข้าไปพัฒนา อุตสาหกรรมโรงงานอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศเพื่อนบ้านที่มีอยู่แล้วให้มีรูปแบบที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยอาจมีระบบการซื้อ Franchise ในอนาคต 3.2 ในส่วนอุตสาหกรรมร้านค้าย่อย (ร้านค้า 7-Eleven) นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการผลักดันในระดับภาครัฐเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศสังคมนิยม ปัจจุบันได้รับทราบว่าสภาอุตสาหกรรมฯ ได้เสนอที่จะจัดตั้งร้านค้าดังกล่าวในเวียงจันทน์ สะหวันนะเขต และจำปาสัก เป็นต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีร้านค้าย่อยประเภทนี้อยู่น้อย โดยเป็นธุรกิจร่วมทุนไทย-ลาวที่มีการซื้อ Franchise จัดตั้งสาขาจากไทย
|
|
|
|
| ข้อมูลพื้นฐานประเทศสมาชิก |
 |
|
 |