ประเด็นน่าสนใจ
ความเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทาง โอกาส อุปสรรคและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศ ACMECS

15 May 2553


  1. การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน

    1.1  โอกาส  -  ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์มีแนวโน้มที่ดีและมีปริมาณผลผลิตสูง อีกทั้งเอกชนไทยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมแบบ value-added เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการจัดตั้งอุตสาหกรรมรองรับ อาทิ โรงงานน้ำตาล โรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งเน้นการส่งออกเป็นหลักส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีปัจจัยหลักที่เอื้ออำนวยต่อการขยายอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ วัตถุดิบ พื้นที่ แรงงาน ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้ยังเป็นเศรษฐกิจที่ไม่โตและยังไม่เปิดกว้างเต็มที่ทำให้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดเวียดนามเป็นประเทศที่มีโอกาสพัฒนาไปเร็วที่สุด รองลงมา ได้แก่ กัมพูชา ลาว และพม่า
                     -  ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านโดยเปรียบเทียบ 1) เวียดนาม –  มีระบบการเงินและสังคมที่ค่อนข้างเปิด แรงงานมีความขยันขันแข็ง นโยบายภาครัฐมีความชัดเจน ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เกณฑ์สากลในการดำเนินการ 2) กัมพูชา – มีความสัมพันธ์และการติดต่อใกล้ชิดกับไทย สามารถใช้เงินบาทในการซื้อ-ขาย มีความโน้มเอียงที่จะเลือกทำธุรกิจกับไทย 3) ลาว – สื่อสารเข้าใจ แรงงานขยันพอประมาณ สามารถขออนุญาตประกอบธุรกิจได้โดยตรงจากเจ้าแขวง ใช้เงินบาทในการซื้อ-ขาย รัฐบาลเข้ามาควบคุมธุรกิจต่างชาติไม่มากนัก 4) พม่า -   มีทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานจำนวนมาก มีปัญหาในระบบการโอนเงินเข้าไทย ขั้นตอนขออนุญาตประกอบธุรกิจมีความยุ่งยาก เงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่จำกัด อาทิ รับเครดิตเฉพาะเงินสกุลยูโร อัตราภาษีสินค้านำเข้าสูง

    1.2  กลยุทธ์   -  ใช้ระบบการเกษตรแบบมีพันธะสัญญา (Contract Farming) ภายใต้กรอบ ACMECS โดยติดต่อผ่านหน่วยงานภาครัฐของประเทศเพื่อนบ้านที่มีลักษณะคล้าย กรมส่งเสริมการส่งออก ธนาคารเพื่อการเกษตร สหกรณ์ชุมชน เป็นต้น เพื่อจัดทำสัญญากับเกษตรกร โดยมีการจัดทำทะเบียนเกษตรกร ระบุรายชื่อเกษตรกรและปริมาณผลผลิตที่เป็นระบบ
                      -  สร้างกลไกความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร โดยการรับประกันราคาขั้นต่ำ รับซื้อผลผลิตตามสัญญาที่ทำไว้ ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต และส่งเสริมศักยภาพในพื้นที่ ทั้งนี้ โดยมีตัวแทนของภาคเอกชนประจำการในพื้นที่เพื่อการดังกล่าว
                      -  การสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรผ่านหน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นประเทศสังคมนิยมที่รัฐบาลมีบทบาทมากและมีอิทธิพลในการชี้นำการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์จูงใจเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการและสอนวิธีเพาะปลูกที่ถูกต้อง
                      -  สนับสนุนเทคโนโลยีในการอบลดความชื้นสินค้าเกษตรในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเน่าเสียระหว่างการขนส่งเข้าไทย และการแยกคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อส่งออกไปประเทศที่สาม เช่น ข้าวโพดที่ทำการเพาะปลูกโดยเกษตรกรลาวภายใต้ Contract Farming ในแขวงไซยะบุรีของลาว ซึ่งบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์รับซื้อและจำหน่ายในไทยโดยส่วนหนึ่งทำการคัดแยกส่งต่อไปยังมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย
  2. อุปสรรคทางการค้าที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุน
    2.1  เงินทุน -  ข้อจำกัดของระบบธนาคารซึ่งไม่สนับสนุนการประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพในการประกอบธุรกิจขนาดใหญ่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจของไทยก้าวหน้าเร็วขึ้น
    2.2  การคมนาคมขนส่ง -  การเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น East-West Economic Corridor/ North-South Economic Corridor จำเป็นต้องได้รับหลักประกันจากรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินการในระดับปฎิบัติ
    2.3  จุดผ่อนปรน  -  การพิจารณาเพิ่มจำนวนจุดผ่อนปรนตามแนวชายแดนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ
    2.4  ขั้นตอนการออกเอกสาร -  ปัจจุบันขั้นตอนการออกเอกสารหรือจำนวนเอกสารที่ต้องแสดงทำให้เกิดความล่าช้าในการประกอบธุรกิจ ในทางปฎิบัติเอกชนยังต้องแสดงใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O) แก่หน่วยงานชายแดนของรัฐ รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายนอกระบบในการขนส่งสินค้าข้ามแดน นอกจากนี้ เอกชนบางรายจำเป็นต้องให้เงินแก่เจ้าหน้าที่รัฐจากประเทศเพื่อนบ้านในการออก C/O  ทำให้เป็นการเพิ่มราคาต้นทุนสินค้า
    2.5  หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่อง ACMECS  -  การจัดตั้งหน่วยงานหลักที่สามารถดูแลโครงการ ACMECS ในภาพรวมได้ จะทำให้การดำเนินการและประสานงานเกี่ยวกับโครงการเป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า เนื่องจากในปัจจุบันเกิดความไม่ชัดเจนในการประสานงานโครงการ เช่น ในเรื่อง Contract Farming ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ดูแลในภาพรวม ส่วนในทางปฎิบัติกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ
    2.6  การสนับสนุนภาคเอกชนในการดำเนินการ Contract Farming -  การเจรจาระดับรัฐบาลกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์และเอื้ออำนวยต่อการทำ Contract Farming เป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ การจัดทำบันทึกความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่อง Contract Farming ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นตัวอย่างที่ดีของการสนับสนุนจากภาครัฐบาล
  3. ทิศทางของการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน
    3.1  ในอนาคตหากปัจจัยนโยบายรัฐบาล สภาพทางการเงิน สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งวัตถุดิบของประเทศเพื่อนบ้านเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ เอกชนไทยอาจพิจารณาลงทุนธุรกิจประเภทอื่นในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอในลาว (มีข้อได้เปรียบคือได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า หรือ GSP จากสหรัฐฯและ EU) และอุตสาหกรรมร้านค้าย่อย นอกจากนี้อาจจะเข้าไปพัฒนา อุตสาหกรรมโรงงานอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศเพื่อนบ้านที่มีอยู่แล้วให้มีรูปแบบที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยอาจมีระบบการซื้อ Franchise ในอนาคต
    3.2  ในส่วนอุตสาหกรรมร้านค้าย่อย (ร้านค้า 7-Eleven) นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการผลักดันในระดับภาครัฐเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศสังคมนิยม ปัจจุบันได้รับทราบว่าสภาอุตสาหกรรมฯ ได้เสนอที่จะจัดตั้งร้านค้าดังกล่าวในเวียงจันทน์ สะหวันนะเขต และจำปาสัก เป็นต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีร้านค้าย่อยประเภทนี้อยู่น้อย โดยเป็นธุรกิจร่วมทุนไทย-ลาวที่มีการซื้อ Franchise จัดตั้งสาขาจากไทย

[ Back On Top ]
ข้อมูลพื้นฐานประเทศสมาชิก
กัมพูชา
ลาว
พม่า
เวียดนาม
à·ÃÒ«Í¿µì